• ลดเหนียง

    5 ท่า ลดเหนียง ลดแก้มย้อย

    ท่าที่ 1 ทำปากให้เป็นรูปตัวโอ ค้างไว้ 20 วินาที ทำซ้ำ 3 เซ็ต ท่าที่ 2 เงยหน้าขึ้น คางเชิด ให้รู้สึกว่าช่วงคางและคอตึงมากที่สุด ค้างไว้สักพัก ทำ 20 ครั้ง 3 เซ็ต ท่าที่ 3 หน้าตรง แลบลิ้นแล้วแตะไว้ที่ริมฝีปากบน ให้รู้สึกตึงบริเวณกรามและคาง ค้างไว้สักพัก ทำ 20 ครั้ง 3 เซ็ต ท่าที่ 4 งุ้มปากบน ฉีกปากออก และใช้นิ้วชี้กดคางไว้ ค้างไว้ 20 วินาที ทำซ้ำ 3 เซ็ต ท่าที่ 5 ยิ้มมุมปาก ให้ปากรู้สึกตึง แล้วใช้นิ้วชี้กดที่มุมปากทั้งสองข้างไว้ ค้างไว้ 20 วินาที ทำซ้ำ 3 เซ็ต

  • โรลออน

    6 โรลออน รักแร้ขาว ติดทนนาน

    เต่าเหยียบโลก นิวเจน แบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาอย่างช้านาน ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้งานให้เหมาะกับยุคสมัยมากยิ่งขึ้น ตัวนี้ถ้าสาวๆ คนไหน ที่เหงื่อออกมากๆ จนทำให้เสื้อเปียก ลองตัวนี้ได้เลยค่ะ รับรองเลยว่าน้องจั๊กของเราจะแห้งทั้งวันไม่เปียกชื้นอย่างแน่นอน แถมยังทำให้เสื้อขาวของเราไม่มีคราบเหลืองด้วยนะคะ มีกลิ่นหอมแบบแป้งเด็ก มีสามสีให้เลือกใช้ หาซื้อได้ที่ Tops ซูเปอร์มาร์เก็ต ราคาอยู่ที่ 59 บาทค่า Yves Rocher Indian Cotton Flower Yves Rocher Indian Cotton Flower ช่วงนี้แบรนด์นี้เขามาแรงจริงๆ เลยค่า อีฟโรเช่มีชื่อด้านเรื่องสมุนไพรจากธรรมชาติอยู่แล้ว พอมาเป็นโรลออนเขาก็ทำออกมาได้ดีเหมือนกับผลิตภัณฑ์ตัวอื่นๆ ซึ่งตัวนี้ดีมากๆ เลยค่ะ ไม่มีสารเคมี ไม่ทำให้น้องจั๊กของเราคล้ำเสีย แถมยังมีกลิ่นหอมของธรรมชาติ ระงับกลิ่นกายได้อย่างดีเยี่ยม หาซื้อได้ที่ shop Yves Rocher ในห้างชั้นนำทั่วไปได้เลย ราคาอยู่ที่ 185 บาทค่า Focal natural deodorant Focal natural deodorant ตัวนี้ก็จิ๋วแต่แจ๋วมากๆ ค่า ตัวนี้เป็นสารส้มที่เป็นแบบน้ำโรลออนค่า แน่นอนว่าช่วยเรื่องระงับกลิ่นกายได้เป็นอย่างดี และยังทำให้รักแร้ของเราขาวขึ้นไม่คล้ำเสีย เหมาะสำหรับคนที่เหงื่อออกไม่เยอะนะคะ และยังดีตรงที่ไม่ทิ้งคราบเหลืองที่เสื้อของเราด้วยค่า หาซื้อได้ที่ ซูเปอร์มาร์เก็ตในห้างชั้นนำใกล้บ้านได้เลยค่า ราคาก็น่ารักๆ อยู่ที่ 65 บาทค่า Oriental Princess Natural Deodorant Anti-perspirant Roll-on Oriental Princess Natural Deodorant Anti-perspirant Roll-on โรลออนระงับกลิ่นใต้วงแขน มีกลิ่นหอมของดอกไม้ ทำให้รู้สึกมั่นใจตลอดทั้งวัน และยังลดกลิ่นกายอันเนื่องมาจากการหมักหมมที่เกิดจากความชื้นเหงื่อใต้วงแขนของเรา แถมยังไม่ทำให้ใต้วงแขนดำ เหมาะสำหรับสาวๆ ทุกสภาพผิวค่า ไม่แพ้แน่นอน หาซื้อได้ที่ Shop Oriental Princess ทั่วไปค่า ราคาอยู่ที่ 89 บาท Adidas cool and care dry protect Adidas cool and care dry protect ตัวนี้เหมาะสำหรับคนที่ชอบออกกำลังกาย เหงื่อออกง่าย เพราะควบคุมดีมาก กลิ่นติดทนนาน…

  • เปลือกส้ม

    5 สูตรสครับจากเปลือกส้ม

    1. สูตรสครับลดสิว ผิวใส เปลือกส้มบดละเอียด 3 น้ำสะอาด 2 สูตรนี้ทำได้ง่ายมากค่ะ แค่ผสมผงเปลือกส้มกับน้ำสะอาดแล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้าประมาณ 15-20 นาที ทำเป็นประจำช่วยลดสิว ทำให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้นด้วยนะคะ แอบกระซิบว่าจะนำมาแต้มที่สิวเป็นจุด เพื่อลดอาการอักเสบของสิวก็เริ่ดไม่แพ้กัน 2. สูตรสครับผิวขาว กระจ่างใส ลดจุดด่างดำ เปลือกส้มบดละเอียด 2 ผงถั่วเขียว 1 โยเกิร์ต 3 มาต่อกันด้วยสูตรที่เราภูมิใจนำเสนอ รับรองถึงความขาว กระจ่างใส ผิวละเอียด ใครมีปัญหาผิวหมองคล้ำ หยาบกร้าน ลองสูตรนี้ค่ะ เพียงนำผงเปลือกส้มผสมผงถั่วเขียวและโยเกิร์ต จากนั้นนำมาสครับให้ทั่วใบหน้า ประมาณ 10 นาที พอกทิ้งไว้อีก 10 นาที ถ้าสาวๆ จะสครับผิวกายด้วยก็เพิ่มส่วนผสมตามอัตราให้เหมาะสมได้เลยค่ะ แล้วล้างให้สะอาด สาวๆ จะสัมผัสถึงความกระจ่างใส ผิวนุ่มลื่น ตั้งแต่ครั้งแรกเลยค่า เด็ดลื้ม! 3. สูตรสครับผิวนุ่ม ชุ่มชื่น เปลือกส้มบดละเอียด 1 น้ำตาลทรายแดง 1 นมสด 2 สครับสูตรนี้ทำแล้ว สาวๆ จะได้ผิวนุ่มเด้ง และลดรอยแตกลายตามร่างกาย เนื่องจากสครับสูตรนี้ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นแก่ผิวสาวๆ แบบจัดเต็มด้วยพลังน้ำตาลทรายแดงและนมสด ทั้งยังมีวิตามินจากเปลือกส้มบำรุงผิวไปในตัว ใครผิวแห้ง ไม่ชุ่มชื่น ไม่เรียบเนียน ต้องลองค่ะ นำส่วนผสมมาผสมให้เข้ากันดี จากนั้นนำมาสครับให้ทั่วบริเวณใบหน้าและลำตัว ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด ผิวจะนุ่มลื่น ชุ่มชื่นถึงขีดสุดตั้งแต่ครั้งแรกเลยค่า 4. สูตรสครับลดรอยดำ ผิวหยาบกร้าน เปลือกส้มบดละเอียด 2 เกลือเม็ดละเอียด 1 น้ำมะนาว 4 มาถึงทีเด็ดลดปัญหาเข่า ข้อศอก และตาตุ่มดำด้าน ใครมีปัญหาดังกล่าวลองนำสูตรนี้ไปทำดูค่า ง่ายเหมือนปลอกกล้วย เข่าดำ ข้อศอกดำ ตาตุ่มดำ จุดหยาบกร้าน? หายเกลี้ยง! แค่สาวๆ นำผงเปลือกส้ม เกลือ และน้ำมะนาวผสมให้เข้ากันแล้วนำมาสครับตามจุดหยาบกร้านให้ทั่ว จากนั้นพอกทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างให้สะอาด ทำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง รับรองว่าผิวบริเวณที่สครับ จะกลับมานุ่ม ขาวกระจ่างใสแน่นอน 5. สูตรสครับผิวใส…

  • ว่านหางจระเข้

    น้ำแข็งว่านหางจระเข้ สำหรับบำรุงผิว

    7 ประโยชน์ของว่านหางจระเข้ที่ช่วยให้ผิวดีขึ้น ว่านหางจระเข้ มีสาร Glycoprotein ที่มีชื่อว่า Aloctin A ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบได้ดี และยังมีฤทธิ์เย็นที่ช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีเช่นกัน เหมาะมากๆ สำหรับคนที่เป็นสิวง่าย หรือโดนแดดบ่อยๆ และนี่คือประโยชน์ของการทาผิวด้วยว่านหางจระเข้ ที่พิสูจน์ได้ว่าปลูกติดบ้านไว้ไม่มีผิดหวังค่ะ 1.แก้ปัญหาผิวแห้งกร้าน โดยเฉพาะจุดที่ต้องเสียดสีบ่อยๆ เช่น ข้อศอก หัวเข่า และส้นเท้า 2.เติมน้ำให้ผิวชุ่มชื่น พร้อมป้องกันริ้วรอยที่เกิดจากความแห้ง 3.ช่วยป้องกันสิว เนื่องจากว่านหางจระเข้ช่วยยับยั้งการติดเชื้อ จึงช่วยลดโอกาสการเกิดสิวได้ แต่หากเป็นสิวอักเสบมากควรหลีกเลี่ยงการใช้ว่านหางจรเข้แบบสดๆ เพราะอาจเกิดอาการระคายเคืองได้ แนะนำแบบเจลในรูปของสกินแคร์จะเหมาะกว่าค่ะ 4.ช่วยลดความมัน เพราะว่านหางจรเข้มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ที่ช่วยความมันได้ 5.ช่วยฟื้นฟูผิวหลังออกแดด ทำให้ผิวกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วขึ้น 6.ช่วยลดจุดด่างดำและริ้วรอยที่เกิดจากวัยหรือรังสียูวี 7.ช่วยลดโอกาสการเกิดท้องลายหลังคลอด วิธีทำ น้ำแข็งว่านหางจระเข้ หากใครไม่มีเวลาปลูก หรืออยากมีว่านหางจระเข้ไว้ใช้ทันทียามฉุกเฉิน แนะนำให้ทำเก็บไว้ในรูปของน้ำแข็ง ก็เป็นอีกวิธีที่รวดเร็วและสะดวกมากเลยทีเดียวค่ะ 1.ตัดใบว่านหางจระเข้มาปอกเปลือกด้านหนึ่งออก แล้วใช้ช้อนขูดเอาเฉพาะวุ้นใสๆ ออกมา โดยระวังอย่าขูดติดเปลือกมากเกินไป เพราะจะติดยางเหลืองๆ ออกมาด้วย ซึ่งยางเหลืองนั้นจะมีสารแอนทราควิโนน (Anthraquinone) เมื่อโดนแล้วจะทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองค่ะ 2.นำวุ้นใสๆ มาปั่นหรือตำพอให้เหลวแต่ไม่ต้องละเอียดมาก แล้วใส่ในช่องสำหรับทำน้ำแข็ง หากว่านมีน้อย สามารถใส่ว่านเพียงครึ่งหนึ่ง แล้วเติมน้ำสะอาดอีกครึ่งหนึ่งได้ค่ะ 3.นำเข้าแช่ช่องฟรีซจนเย็นกลายเป็นก้อนน้ำแข็ง Tips น่ารู้ ควรเลือกว่านหางจระเข้ต้นที่มีอายุมากกว่า 1 ขึ้นไป โดยเลือกตัดจากใบล่างสุดเพราะจะอวบโตและมีวุ้นมากกว่าใบที่อยู่ด้านบนค่ะ ประโยชน์ของ น้ำแข็งว่านหางจระเข้ เพื่อผิวสวย วิธีใช้น้ำแข็งว่านหางจระเข้ เมื่อไหร่ที่เผลอตากแดดมากเกินไป หรือโดนของร้อนๆ มา ก็เพียงเอาก้อนน้ำแข็งว่านหางจระเข้มาทา ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ดีมาก แถมยังลดเลือนรอยด่างดำต่างๆ ให้จางเร็วขึ้นด้วยค่ะ เพราะวิธีนี้มีข้อดีก็คือ 1.ความเย็นของน้ำแข็งจะช่วยกระชับรูขุมขน ปลอมประโลมผิวที่เจอความร้อนจัดๆ ให้เย็นลง อักเสบน้อยลงได้อย่างรวดเร็ว 2.ว่านหางจระเข้จะช่วยสมานผิว ลดอาการอักเสบของผิว และลดเลือนจุดด่างดำต่างๆ ไปพร้อมกัน เคล็ดลับสุดท้ายก็คือ ควรรักษาความสะอาดในทุกขั้นตอนขณะทำ เพื่อป้องกันเชื้อโรคนะคะ และหากในตู้นั้นแช่ของหลายอย่าง Women Society แนะนำว่าเมื่อว่านแข็งตัวแล้ว ให้นำออกจากพิมพ์แล้วเก็บไว้ในถุงซิปล็อคที่ปิดสนิท เพียงเท่านี้เราก็จะมีสกินแคร์เย็นฉ่ำไว้เติมความสดชื่นให้ผิวได้ทุกเมื่อที่ต้องการแล้วล่ะค่ะ

  • เบกกิ้งโซดา

    ขัดผิวให้ขาวใสด้วย เบกกิ้งโซดา

    สูตรที่ 1 ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น ใช้เบกกิ้งโซดา ข้าวโอ๊ต นมสด และน้ำผึ้ง ผสมให้เข้ากัน ทิ้งไว้ซักพักเพื่อให้ข่าวโอ๊ตพองตัว จากนั้นนำมาขัดเบาๆ โดยสูตรนี้ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย สูตรที่ 2 ขาวเปล่งปลั่ง กระจ่างใส เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมรวมกัน แล้วใช้ขัดผิวเบา ๆ ให้ทั่วทั้งตัว สูตรที่ 3 ผลัดเซลล์ผิวใหม่ เบกกิ้งโซดา 3 ส่วน และน้ำ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน แล้วขัดเบาๆ บริเวณที่ผิวหนังแห้งด้าน เช่น ตาตุ่ม ข้อศอก หัวเข่า จากนั้นล้างออกให้สะอาดแล้วใช้โลชั่นทาผิวหนังบริเวณที่ขัดอีกครั้ง สูตรที่ 4 สครับจมูก กำจัดสิวเสี้ยน เบกกิ้งโซดา 3 ส่วน และน้ำ 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน จากนั้นนำมาขัดวนเบาๆ บริเวณจมูก เสร็จแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำเป็นประจำอาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง จะทำให้จำนวนสิวเสี้ยนลดลงได้ สูตรที่ 5 สครับริมฝีปาก น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกับเบกกิ้งโซดาครึ่งช้อนชา ขัดวนเบาๆ บริเวณริมฝีปากซักครู่ จากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาด แล้วใช้ลิบปาล์มทาเคลือบริมฝีปากอีกครั้งเพื่อคงความชุ่มชื่นไว้ค่ะ

  • ข้อศอก

    5 สูตรสครับข้อศอกด้าน

    สูตรที่ 1 น้ำผึ้ง 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา + น้ำมะนาว ½ ช้อนชา + เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา สูตรแรกส่วนผสมเยอะสักนิด แต่ผลลัพธ์อย่างแจ่ม ด้วยสูตรสครับจากน้ำผึ้ง น้ำมันมะกอก น้ำมะนาว และเบกกิ้งโซดา โดยนำมาผสมให้เข้ากันตามอัตราส่วน แล้วนำมาสครับบริเวณข้อศอกและเข่า จะสครับตาตุ่มด้วยก็ได้ค่า แล้วทิ้งไว้ 10-15 นาที จากนั้นล้างออกให้สะอาด สาวๆ จะสัมผัสได้ถึงความสมูท เนียนนุ่มขึ้นเลยละค่ะ สูตรที่ 2 เบกกิ้งโซดา 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ ใครที่ไม่ไหวจะเคลียร์กับข้อศอกด้าน เข่าดำถึงขีดสุดแล้ว! โบกสครับสูตรนี้เลยจ้า ด้วยพลังผลัดเซลล์ผิวของเบกกิ้งโซดาผสมน้ำมะขามเปียก รับรองว่าข้อศอกและเข่าขาวบริ๊งค์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ทำเลย โดยหลังจากที่สาวๆ สครับแล้ว ให้พอกต่ออีก 5-10 นาที แล้วล้างออกให้สะอาด แต่สำหรับสาวๆ ที่ผิวแพ้ง่าย พาร์ทไปสูตรอื่นแทนจะดีกว่าจ้า สูตรที่ 3 หัวไชเท้าบด ½ ถ้วย + ดินสอพอง 3 ช้อนโต๊ะ + โยเกิร์ต 1 ถ้วย สำหรับสูตรสครับข้อศอกและเข่าดำๆ จะพลาดตัวชูโรงอย่าง “หัวไชเท้า” ไปไม่ได้ค่า เพราะเจ้าหัวไชเท้านี่ เหมาะกับการนำมาสครับจุดดำด้าน หยาบกร้านมากที่สุด เพียงสาวๆ นำส่วนผสมสครับผสมให้เข้ากันดี จากนั้นสามารถนำมาสครับได้ทันที พร้อมพอกทิ้งไว้อีก 15 นาที แล้วล้างออกให้เกลี้ยงเกลา สูตรนี้ไม่มีทาง ไม่ขาว ไม่เนียน ท้าให้ลองเลยค่ะ! สูตรที่ 4 น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อนโต๊ะ + น้ำส้มสายชู 3 ช้อนโต๊ะ สำหรับสาวๆ ที่ไม่ชอบความฮาร์ดคอร์มากนัก เราขอแนะนำสูตรสครับจากน้ำตาลทรายแดงผสมน้ำส้มสายชูค่า สูตรนี้เหมาะสำหรับเพิ่มความเนียนนุ่ม ลดรอยหยาบกร้านของข้อศอกและเข่าค่ะ ซึ่งสาวๆ ต้องผสมจนเข้ากันแล้วใช้สครับโดยนวดเป็นวงกลม จากนั้นพอกไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก สูตรนี้ทำได้บ่อยตามต้องการเลยจ้า สูตรที่ 5…

  • หนังตา

    5 เคล็ดลับ ลดหนังตาเหี่ยว หย่อนคล้อย

    1. ประคบน้ำแข็ง เริ่มกันที่การประคบน้ำแข็งที่ดวงตา ทำได้เอง ไม่ต้องซื้อ โดยให้สาวๆ นำน้ำแข็งที่ห่อด้วยผ้ามาประคบบริเวณหนังตา เพียงเท่านี้ก็สามารถลดตาบวมเป่ง หนังตาหย่อนไปได้แล้ว เพราะความเย็นจากน้ำแข็ง จะช่วยกระชับหลอดเลือดบริเวณดวงตา ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ความบวมจะลดลงและรอยหมองคล้ำหายวับไปเลยจ้า 2. มาส์กด้วยใบบัวบก นอกจากลดความชอกช้ำ เจ็บลึกถึงทรวงในได้แล้ว ยังลดความหมองคล้ำ รอยเหี่ยวย่นของดวงตาได้ด้วย จะเป็นใครไปได้ ถ้าไม่ใช่ ใบบัวบก! ที่สุดแห่งตำนานแก้ช้ำใน ซึ่งสาวๆ สามารถนำมาตำหรือปั่น แล้วคั้นเอาแต่น้ำสดๆ มามาส์กโดยใช้สำลีชุบน้ำแล้วทาบริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ 10-15 นาที แอบกระซิบว่า ถ้าสาวๆ พอกให้ทั่วบริเวณใบหน้าด้วยก็ยิ่งเริ่ด เนื่องจากเจ้าน้ำใบบัวบกจะช่วยสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินให้ผิวของเรา รับรองกระชับ เต่งตึงอย่างทั่วถึง สวยได้ทุกมุม! 3. มาส์กด้วยแตงกวา วิธีนี้ไม่ยุ่งยากเลยค่ะ โดยสาวๆ หั่นแตงกวาเป็นแผ่นบางนำไปแช่ให้เย็น จากนั้นนำมาแปะที่ดวงตา แล้วหลับตาพักผ่อนสวยๆ รอสัก 15-20 นาที วิธีง่ายๆ แบบนี้ก็สามารถฟื้นฟูให้หนังตาอิ่มเด้ง สดใส ไม่หย่อนคล้อยได้ค่ะ เพราะเจ้ากรดในแตงกวานี่แหละค่าสาวๆ ที่จะช่วยกระชับผิวหนังบริเวณดวงตาให้นุ่ม กระชับ ลดความหย่อนคล้อยและริ้วรอยไปได้แบบชิลๆ แถมลดความมันได้ด้วยนะเธอจ๋า ใครหนังตามันหนังตาเหี่ยว ต้องลอง! 4. มาส์กด้วยไข่ขาว มาถึงการมาส์กตาด้วยไข่ขาวกันบ้างค่ะ ซึ่งวิธีนี้ให้ผลคล้ายการใช้แตงกวาเลย แต่ไข่ขาวยังช่วยดีท็อกซ์สิ่งสกปรกที่ผิวหนังได้ด้วย แถมลดความมัน เพิ่มความนุ่ม ตึงกระชับ จะพอกแค่ดวงตาหรือพอกทั้งหน้าก็ได้ทั้งสองแบบ ด้วยการนำไข่ขาวสดๆ มาทาบริเวณรอบดวงตาหรือทาทั่วใบหน้าที่สะอาด ขอย้ำว่า ต้องสะอาด! ทิ้งไว้ให้แห้ง จากนั้นก็ล้างออกให้สะอาด ทำไปสัก 1 สัปดาห์ สาวๆ จะเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงแน่นอนค่ะ 5. บริหารเปลือกตา มาปิดท้ายกันด้วยการบริหารกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตา ซึ่งเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องกันความหย่อนคล้อยของหนังตา วิธีคือ ให้สาวๆ มองตรงระดับสายตา แล้วใช้นิ้วชี้ทั้งสองข้างวางใต้คิ้วในแนวนอน จากนั้นดันนิ้วขึ้นให้ชนโหนกคิ้วแล้วค้างไว้ค่ะ แล้วค่อยๆ หลับตาลงค้างท่าดังกล่าว ต่อด้วยการขมวดคิ้วเข้าหากัน แล้วค้างไว้นับ 1-3 จึงลืมตาขึ้นพร้อมปล่อยนิ้ว ทำแบบนี้ซ้ำประมาณ 5 ครั้ง สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะช่วยให้กล้ามเนื้อรอบดวงตาและผิวหนังตาแข็งแรงขึ้นค่า

  • มะนาว

    11 ประโยชน์ของมะนาว

    มะนาวลูกกลมๆ ไม่ได้มีดีแค่ความเปรี้ยวจี๊ดถึงใจเท่านั้นนะคะ หากรู้จักประโยชน์สารพัดด้านของมันแล้วรับรองว่าสาวๆ จะต้องทึ่งเชียวล่ะ! 1. ใช้เป็นมอยส์เจอไรเซอร์เพิ่มความกระจ่างใส เพียงผสมน้ำมันมะพร้าว 2-3 หยดเข้ากับน้ำมะนาวอีก 2-3 หยดแล้วทาผิว น้ำมันมะพร้าวจะช่วยให้ผิวชุ่มชื่น ในขณะที่น้ำมะนาวจะช่วยเคลียร์ผิวให้ดูกระจ่างใสขึ้นค่ะ หากใครหน้าแห้งมากก็สามารถลดน้ำมะนาวลงได้ตามความเหมาะสมนะคะ 11 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้สาวๆ สวยขึ้น 2. ขจัดข้อศอกด้าน หัวเข่าดำ หลังจากบีบน้ำมะนาวไปใช้แล้วเปลือกที่เหลืออย่าทิ้งนะคะ เอามาทาๆ ถูๆ บริเวณข้อศอกและข้อเข่าที่ด้าน จะช่วยผลัดเซลล์ผิวให้กระจ่างใสขึ้นได้ดีเลยล่ะค่ะ 11 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้สาวๆ สวยขึ้น 3. รักษาสิวเสี้ยน สิวหัวดำ อาจฟังดูดีเว่อร์ แต่มะนาวมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียได้ดีจึงสามารถช่วยลดสิวได้ เพียงแค่ฝานมะนาวแล้วทาบางๆ ที่ใบหน้าบริเวณที่มักเกิดสิวหัวดำบ่อยๆ ทิ้งไว้ 5-10 นาทีแล้วล้างออก รู้สึกตัวอีกทีเป็นต้องตกใจว่าสิวหัวดำหลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย (คลิกอ่าน 4 วิธีกำจัดสิวเสี้ยนให้หายเกลี้ยงง่ายๆ ด้วยของใช้ในบ้าน) 11 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้สาวๆ สวยขึ้น 4. ใช้ทำแผ่นเช็ดทำความสะอาดผิวหน้า ลองผสมน้ำมะนาวและ tea tree essential oil อย่างละ 2 หยดผสมลงในน้ำกลั่นบริสุทธิ์ จากนั้นนำมาเทใส่แผ่นคอตตอน ใช้เป็นโทนเนอร์หรือแผ่นเช็ดทำความสะอาดแบบ DIY ได้ทันที แถมยังทำให้ผิวดีอีกด้วย แต่สาวๆ จะต้องเลือกน้ำกลั่นเกรดสำหรับทดลองที่ขายตามร้านอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ หรือชนิดที่ใช้ในเครื่องสำอางและอาหารเท่านั้นนะคะ อย่าไปซื้อตามปั๊มน้ำมันเชียว เพราะมีสารเคมีบางอย่างที่อาจทำให้หน้าพังได้ค่ะ 5. ใช้ฟอกสีฟันให้ขาวขึ้น ผสมเบกกิ้งโซดากับน้ำมะนาว แล้วทาที่ฟันด้วยคอตตอนบัด จากนั้นใช้แปรงสีฟันแปรงเบาๆ แล้วบ้วนด้วยน้ำสะอาด จะช่วยให้ฟันขาวขึ้นโดยไม่ต้องไปคลินิกเลยทีเดียว แต่นานๆ ทำทีหนึ่งก็พอเพื่อปกป้องไม่ให้เคลือบผิวฟันบางเกินไปค่ะ หรือคลิกอ่านสูตรอื่นๆ ได้ที่นี่เลย อยากฟันขาวต้องลอง! 2 สูตรยาสีฟันทำได้เอง ฟันขาวจัด ประหยัดงบสุดๆ 6. รักษาแผลร้อนใน ง่ายๆ แค่แต้มบริเวณที่เป็นร้อนในด้วยน้ำมะนาว จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นได้ค่ะ 11 ประโยชน์ของมะนาว ที่ช่วยให้สาวๆ สวยขึ้น 7. ปรับผิวให้ขาวใส มะนาวอุดมไปด้วยวิตามินซีและกรดซิตริก ซึ่งช่วยให้ผิวดูสว่างและกระจ่างใสขึ้นได้ โดยเฉพาะวิตามินซีนั้นถือเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และลดเลือนจุดด่างดำได้ แต่อย่างไรก็ตาม กรดจากผลไม้อาจทำให้ผิวไวต่อแดดมากขึ้นจึงควรทาครีมกันแดดเป็นประจำแม้อยู่ในที่ร่ม เพื่อการปกป้องผิวอย่างสมบูรณ์แบบนะคะ 8. ลดความมันบนใบหน้า ใครหน้ามันมากๆ ลองผสมน้ำมะนาวสักเล็กน้อยเข้ากับไข่ขาวแล้วมาพอกหน้าดูสิคะ จะช่วยลดความมันได้แถมหน้ายังขาวใสด้วยนะ 11…

  • ริมฝีปาก

    6 วิธีมีริมฝีปากนุ่มสวยน่าจุ๊บ

    อากาศเย็นๆ จากแอร์ รังสียูวี หรือกรดจากอาหารที่เราทานในแต่ละวัน คือสาเหตุที่ทำร้ายริมฝีปากเราให้แห้งและแตกลอกมากขึ้นทุกวัน ซึ่งอย่าได้นิ่งนอนใจเชียวนะคะ หากปล่อยนานวันเข้าจะกลายเป็นร่องลึกและหมองคล้ำ ทำให้เราดูแก่ก่อนวัยไปอีกหลายปีเชียวล่ะ ถ้าอยากมีริมฝีปากสวยอมชมพูน่าจุ๊บไปอีกนาน เรามาเริ่มดูแลด้วย 6 วิธีนี้กันเลย 1. สครับริมฝีปาก วิธีที่ง่ายที่สุด คือหลังจากแปรงฟันและบ้วนปากสะอาดดีแล้ว ให้เอาแปรงสีฟันซึ่งล้างยาสีฟันออกหมดแล้ว มาแปรงเบาๆ บนริมฝีปากที่ยังเปียกอยู่ จะช่วยขจัดเซลล์ที่ตายแล้วให้หลุดออก หรือหากอยากให้ชุ่มชื่นเป็นพิเศษ ลองผสมน้ำตาล 2 ช้อนชา เข้ากับน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำมามาสก์ริมฝีปากทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นนวดวนเบาๆ ที่ริมฝีปากสักนิดแล้วค่อยล้างออก ริมฝีปากจะอิ่มเอิบและนุ่มนวลชวนคิสสุดๆ เลยค่ะ 2. รู้จักเลี่ยง ส่วนผสมบางตัวเช่น camphor, phenal, menthol และ alcohol ซึ่งมักจะระบุด้วยคำว่า OL สารเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกเย็นซ่า สดชื่น แต่ก็ทำให้ริมฝีปากแห้งเช่นกัน จึงทำให้เราต้องทาซ้ำบ่อยๆ หรือเผลอเลียริมฝีปากบ่อยขึ้น ซึ่งกรดในน้ำลายจะยิ่งทำให้ริมฝีปากคล้ำไปกันใหญ่ ต้องหักห้ามใจไว้นะสาวๆ 3. รู้จักเลือก โดยเลือกชนิดที่ปราศจากสารพาราเบน และมีสารให้ความชุ่มชื่นอย่างน้อย 5% ขึ้นไป เช่น glycerin ซึ่งช่วยเติมเต็มความชุ่มชื่นให้เรียวปากได้ดี นอกจากนี้ยังควรมีส่วนผสมที่ช่วยทำให้ปากนุ่มด้วย เช่น lanolin หรือ cocoa butter เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือสารป้องกันแดดเพื่อปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวีค่ะ 4. ทำลิปบาล์มใช้เอง เพราะคุณเท่านั้นที่รู้ดีที่สุดว่าคุณชอบอะไร การได้ใช้สูตรที่เหมาะกับตัวเอง แถมยังมีกลิ่นหอมสุดโปรด จะทำให้เราแฮปปี้อยากทาลิปบ่อยๆ หรือถ้าใครชอบแนวธรรมชาติแบบง่ายๆ การนวดริมฝีปากด้วยน้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอกก็ช่วยได้เช่นกันค่ะ 5. ชุ่มชื่นเข้าไว้! วิธีนี้ดูเรียบง่ายแต่เชื่อไหมว่ามันคือหัวใจหลักเลยค่ะ ลองดื่มน้ำให้ได้วันละ 2-3 ลิตรต่อวัน จะเห็นความเปลี่ยนแปลงแน่นอน หากใครดื่มน้ำน้อยก็อาจจะค่อยๆ เพิ่มปริมาณทีละนิดแบบค่อยเป็นค่อยไปนะคะ 6. ช่วยให้ริมฝีปากรักษาตัวเองเร็วขึ้น เวลาที่กินอะไรเผ็ดร้อนจนปากเยิน หรือโดนแดดเผาจนปากคล้ำ ลองช่วยริมฝีปากด้วยวิธีง่ายๆ อย่างการนวดริมฝีปากด้วยแตงกวาฝานบางแล้วทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นค่อยล้างออก แตงกวาจะช่วยปลอบประโลมผิวและติดสปีดให้ริมฝีปากฟื้นตัวได้เร็วขึ้นค่ะ

  • รอบดวงตา

    วิธีนวดกดจุดรอบดวงตา

    วิธีที่จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา ลดรอยคล้ำดำหรือตาแพนด้า แนะนำโดยสาวญี่ปุ่นซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงามไม่แพ้ชาติใดในโลก จึงเชื่อถือได้ในผลลัพธ์ ที่เลิฟอีกข้อก็คือมันทำง่ายมากๆ เหมาะกับสาวที่อยากทำสปาด้วยตัวเองที่บ้านค่ะ อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม คอตตอนบัดหรือก้านสำลี* 1 ก้าน วาสลีน (ปิโตรเลียมเจล) กระจก ไว้คอยเช็คตำแหน่งว่ากดจรงจุดหรือไม่ เพลงฟังสบาย (อันนี้ Women Society ขอแนะนำเพิ่มเป็นพิเศษค่ะ ^^) *ปลายคอตตอนบัดจะให้แรงกดที่แม่นยำมากกว่าปลายนิ้ว และยังมั่นใจได้ว่าสะอาด ไม่ต้องกลัวสิวขึ้นเพราะเชื้อโรคที่ปลายนิ้ว หรือกลัวว่าเล็บยาวๆ จะทิ่มตาค่ะ วิธีนวดกดจุดรอบดวงตา 1.นำผ้าขนหนูชุบน้ำอุ่นมาวางบนใบหน้า ทาบมือลงบนดวงตาทั้งสอง ค้างไว้ 15 วินาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต ทำให้การนวดกดจุดได้ผลดีมากยิ่งขึ้น 2.นำคอตตอนบัดแต้มวาสลีนขนาดประมาณหัวไม้ขีดหรือเมล็ดถั่ว 3.กดคอตตอนบัดแล้วจากหัวตาไปยังหางตา ทั้งด้านบนและด้านล่าง 4.กดคอตตอนบัดที่หัวตา จุดกึ่งกลางเปลือกตา (ชิดใต้คิ้ว) และหางตา (ดูคลิปประกอบ) จุดละ 3 วินาที 5. ทำซ้ำขั้นตอนเดียวกันกับข้อ 4 แต่เปลี่ยนมากดบริเวณด้านล่าง 6. สลับทำขั้นตอน 1-4 กับดวงตาอีกข้าง ทำซ้ำข้างละ 2-3 ครั้ง 1.แต่ละจุด ให้ใช้ปลายคอตตอนบัดหรือก้านสำลีกดด้วยแรงพอประมาณ คือพอให้รู้สึกถึงแรงกด และรู้สึกผ่อนคลายหลังถอนแรงกด ไม่จำเป็นต้องกดแรงจนรู้สึกเจ็บนะคะ 2.ระมัดระวังขณะกดไม่ให้คอตตอนบัดหรือก้านสำลีเลื่อนไปมา (ควรอยู่กับที่ หรือเลื่อนไปทางเดียวกันเท่านั้น) เพราะนอกจากจะก่อริ้วรอยแล้ว อาจจะเป็นอันตรายต่อดวงตาได้ ดังนั้นแนะนำให้ทำอย่างผ่อนคลายและมีสมาธิ จะได้ประโยชน์ถึงสองต่อเลยล่ะค่ะ เทคนิคเมคอัพให้ดวงตาดูสดใส นอกจากจะตาสวยใส ด้วยวิธีนวดกดจุดรอบดวงตา ขอบอกว่าการเมคอัพก็มีผลมากเช่นกันนะคะ มีวิธีอย่างไรบ้างลองมาดูกันเลยค่ะ 1.เขียนอายไลเนอร์ให้บริเวณกึ่งกลางดวงตาดูหนา เพื่อให้ตาดูกลมโตขึ้น หรือจะเขียนเป็นวิงให้หางตาดูยกขึ้นก็ได้เช่นกันค่ะ 2.ใช้อายแชโดว์สีสว่าง เช่น แบบชิมเมอร์สีทองเป็นประกาย เพื่อให้ดวงตาดูสว่างสดใสและเป็นธรรมชาติ ได้ลุคตายิ้ม Smiley Eyes และยังช่วยพรางความหมองคล้ำใต้ดวงตาได้ระดับหนึ่งด้วยค่ะ 3. ปัดขนตาทั้งบนและล่าง เพื่อให้ดวงตาสดใสและโตขึ้น 4.การติดขนตาก็ช่วยได้ เทคนิคพิเศษคือ ทากาวบริเวณหัวและหางของขนตาปลอม 2 รอบ เพื่อให้ติดแน่นเป็นพิเศษ ไม่หลุดง่าย ตาจะได้ดูสดใสตลอดวัน