This is default featured slide 5 title

You can completely customize the featured slides from the theme theme options page. You can also easily hide the slider from certain part of your site like: categories, tags, archives etc. More »

 

ดอกไม้ผูกข้อมือเพื่อนเจ้าสาว

ดอกไม้ผูกข้อมือเพื่อนเจ้าสาว

ดอกไม้ช่อเล็กที่ผูกติดกับข้อมือสาว ๆ สามารถสร้างสีสันให้กับชุดเดรสของเพื่อนเจ้าสาวให้ดูโดดเด่นและสะดุดตามากยิ่งขึ้น

เพราะชุดเดรสเพื่อนเจ้าสาวเพียงอย่างเดียวอาจดูเรียบง่ายเกินไป การถือช่อดอกไม้ของเพื่อนเจ้าสาวอาจทำให้ชุดเดรสมีความโดดเด่นมากขึ้น แต่จะใช้มือถือช่อดอกไม้อยู่แบบนั้น ก็อาจจะดูเกะกะ ทำอะไรได้ไม่ค่อยสะดวกเท่าที่ควร จึงเปลี่ยนวิธีเอาดอกไม้มาผูกที่ข้อมือสาว ๆ แทน

ซึ่งรูปแบบของดอกไม้ผูกข้อมือเพื่อนเจ้าสาวไม่มีกฎเกณฑ์หรือรูปแบบที่ตายตัว โดยส่วนใหญ่เน้นไปที่ความเข้ากันของธีมแต่งงานนั้น ๆ มากกว่า วันนี้เราเลยรวบรวม “ดอกไม้ผูกข้อมือเพื่อนเจ้าสาว” หลากหลายรูปแบบมาฝาก ไว้เผื่อเป็นไอเดียเพิ่มสีสันความสดใสในงานแต่งงาน มีแบบไหนบ้างลองมาดูกัน

เพลงที่ใช้ในงานแต่ง

วงดนตรีแสดงสดในงานแต่งงานมีบทบาทความสำคัญในงานแต่งงานตลอดทั้งงานและทุกช่วงพิธีการ
ตั้งแต่ช่วงเริ่มพิธีการ วงดนตรีที่เล่นในงานแต่งงาน จะเริ่มบรรเลง/สลับร้องเพลง เพื่อต้อนรับแขกที่มาร่วมแสดงความ
ยินดีกับคู่บ่าวสาวไปจนกระทั่งเริ่มเข้าสู่ช่วงพิธีการ

พอเริ่มเข้าสู่ช่วงพิธีการ วงดนตรีในงานแต่งงานก็ยังคงมีสำคัญในช่วงต่างๆ ดังนี้

1. เพลงเปิดตัวบ่าวสาวขึ้นเวที / เพลงเดินเข้างานแต่งงาน (Wedding Processional Song / March in Song)
2. เพลงดื่มอวยพร (Toast Song)
3. เพลงลอดซุ้มกระบี่ (Arch of Swords Song)
4. เพลงตัดเค้ก (Cake Cutting Song)
5. เพลงเปิดฟลอร์เต้นรำ (First Dance Song)
6. เพลงพิเศษที่บ่าวสาวร้องคู่กัน หรือ ร้อง surpriseให้อีกฝ่าย (Special Song by Bride and/or Groom )
7. เพลงพิเศษที่ญาติผู้ใหญ่ หรือเพื่อนๆร้องให้เป็นของขวัญ (Special Song by Friends & Relatives )
8. เพลงมอบพวงมาลัยให้คุณพ่อคุณแม่ (Garland to Parents )
9. เพลงโยนดอกไม้ (Bouquet Toss Song)

จนกระทั่งหลังพิธีการแล้ว วงดนตรีงานแต่งงานก็จะปรับเปลี่ยนเป็นวงดนตรีแนว after party music
เล่นเพลงป๊อปสมัยใหม่ จังหวะแด้นท์สนุกมันๆ อย่างในผับ หรือ บางงานก็เป็นช่วงแขกผู้ใหญ่ขึ้นร้องกับคาราโอเกะ

รูปแบบฉากแต่งงาน

รูปแบบฉากแต่งงาน

เพราะงานแต่งถือเป็นหนึ่งในวันสำคัญในชีวิต บ่าวสาวหลายคู่จึงไม่พลาดที่จะเก็บภาพแห่งความทรงจำในมุมต่าง ๆ แต่ถ้าจะให้ได้ภาพที่สวยงาม “ฉากแต่งงาน” ก็ถือเป็นหนึ่งจุดถ่ายภาพที่เติมความหวานในงานแต่งได้มากทีเดียว วันนี้กระปุกดอทคอมจึงหยิบเอาเซตตัวอย่างฉากแต่งงานสวย ๆ ที่คู่บ่าวสาวสามารถจัดได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเองมาฝากกัน เริ่มที่

ฉากแต่งงานผ้าจับจีบสีชมพูสวย โดดเด่นบนพรมแดงเน้นการจัดดอกไม้สดสีชมพูและสีขาว บริเวณเสาด้านข้างดีไซน์ให้เหมือนไม้เลื้อยเรื่อยไปยังบริเวณคาน โดยแซมด้วยใบไม้เข้ากันเป็นอย่างดี

ฉากแต่งงานสีชมพูอ่อนเข้ากันได้เป็นอย่างดีกับดอกไม้โทนสีขาวและสีชมพู เพิ่มความโดดเด่นให้ดอกไม้ด้วยใบสีเขียว พร้อมกิมมิคเล็ก ๆ ด้วยการห้อยลูกปัดใสร้อยเป็นแนวยาว

ดอกไม้โทนสีสดใสจัดสลับกับดอกไม้สีอ่อนเพิ่มความหวานด้วยช่อกล้วยไม้สีขาว จัดตกแต่งให้เข้ากับฉากต้นกกสีเขียวเข้ม เพิ่มความสวยงามให้ด้านล่างด้วยต้นดอกผีเสื้อและต้นเฟิร์น

ฉากแต่งงานแบบเรียบง่ายเพิ่มดีเทลเก๋ ๆ ด้วยผ้าสีหวาน ๆ อย่างสีชมพูและสีส้มอ่อน เข้ากันได้เป็นอย่างดีกับดอกไม้สดในโทนสีชมพูและสีเหลือง พร้อมเพิ่มความเด่นชัดให้ดอกไม้ด้วยใบไม้สีเขียวเข้ม

ฉากแต่งงานผ้าลูกไม้สีขาว แต่งแต้มความสวยด้วยเจกันทรงโรมัน เพิ่มความหวานด้วยดอกไม้สดแบบไล่โทน จากสีขาว สีชมพูอ่อน และสีชมพูเข้ม แซมความเด่นให้ดอกไม้ด้วยใบสีเขียว

ฉากแต่งงานสีฟ้าที่เพิ่มความสวยงามด้วยดอกไม้กระดาษสีขาว เพิ่มความระยิบระยับด้วยลูกปัดสีใสต่อกันเป็นแนวยาว

ฉากแต่งงานเน้นความสวยของธรรมชาติด้วยสีเขียวของต้นกก เน้นการจัดดอกไม้ด้วยการแยกโทนสี เพิ่มไอเดียเก๋ ๆ ด้วยการจัดช่อดอกไม้ให้ย้อยตามแนวดิ่ง

ฉากแต่งงานแบบเรียบง่ายด้วยโทนสีขาว เพิ่มดีเทลการจัดดอกไม้ให้โค้งเป็นคลื่น ผสมผสานระหว่างดอกไม้สีขาวแซมด้วยดอกไม้เขียวและใบไม้ พร้อมติดป้ายโลโก้บ่าวสาวไว้กลางฉาก

พานรับน้ำสังข์

พานรับน้ำสังข์

สำหรับรูปแบบการจัดพานรับน้ำสังข์ที่เรารวบรวมมาให้คู่รักนำไปประยุกต์ใช้กับงานแต่งของตัวเองเซตนี้ เน้นการใช้ดอกไม้สดในการจัดเป็นหลัก เพิ่มรายละเอียดสวย ๆ ด้วยการปักดอกไม้เป็นรูปหัวใจด้วยการใช้โฟมหรือโอเอซิส เพิ่มไอเดียหวานชวนมองด้วยการร้อยพวงมาลัยหรือร้อยพวงอุบะห้อยบริเวณด้านหน้าของพาน ส่วนดอกไม้ที่ใช้ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้มงคล เช่น ดอกรัก, ดอกบานไม่รู้โรย, ดอกกุหลาบ, ดอกบัว, ดอกเยอบีร่า และคาร์เนชั่น เป็นต้น เน้นการไล่ระดับจากสีขาวไปหาโทนสีชมพูเข้ม แซมด้วยใบไม้หรือดอกไม้เล็ก ๆ เพิ่มมิติให้ดอกไม้ในพานดูน่าสนใจมากยิ่งขึ้น พูดมาถึงขนาดนี้แล้วหลายคนอาจจะยังไม่ค่อยเห็นภาพสักเท่าไร ถ้าอย่างนั้นตามไปชมแบบเต็ม ๆ พร้อมกันเลย

สถานที่จัดงานแต่งงาน

ในการเลือกหาสถานที่จัดงาน มีหลักในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานให้เหมาะกับงาน นั่นคือจะต้องรู้ว่าจะเชิญแขกมาร่วมงานเลี้ยงทั้งหมดเท่าไหร่ สถานที่บางแห่งอาจจะสวยงาม แต่จำกัดด้วยจำนวนคน เพราะแต่ละโรงแรมมีขนาดห้องจัดเลี้ยงที่แตกต่างกันไป ถ้าเชิญแขกเยอะมากก็ควรจะตัดโรงแรมขนาดเล็กออกไปเลย หรือบางโรงแรมจะมีห้องจัดเลี้ยงหลายห้องให้เลือกให้เหมาะกับจำนวนแขก ดังนั้น การทราบจำนวนแขกโดยประมาณจะทำให้สามารถเลือกสถานที่ได้ง่ายขึ้น
เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องดูงบประมาณที่กำหนดไว้ เพราะถ้าเกิดชอบสถานที่แพงมาก ก็อาจจะต้องเหลียวดูงบประมาณในกระเป๋าว่าสามารถจ่ายได้ไหม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันได้จัดงานแต่งงาน ณ สถานที่ในดวงใจ เพราะเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการย้ายเวลาจัดเลี้ยง จากที่คิดว่าจะจัดเลี้ยงมื้อค่ำตอนเย็นให้ลองเลื่อนขึ้นมาเป็นงานน้ำชาตอนบ่ายแทน ซึ่งงบประมาณจะย่อมเยาว์กว่า แต่ถ้าไม่สามารถย้ายเวลาการจัดงานเลี้ยงได้ก็ต้องทำใจและมองหาห้องที่เหมาะกับงบประมาณต่อไป นอกจากนั้นยังมีเรื่องของรายการอาหารที่ต้องใส่ใจด้วย

ควรติดต่อหาตัวเลือกไว้ซักสองสามแห่ง แล้วไปดูสถานที่จริงว่าห้องจัดเลี้ยงเป็นอย่างไร สวยงามต้องใจหรือไม่ เพดานสูงหรือเตี้ยสว่างหรือมืด ห้องน้ำสะดวกสบายหรือไม่ ห้องจัดเลี้ยงตั้งอยู่บริเวณไหน ควรจะสะดวกทั้งกับคู่บ่าวสาวและแขกที่จะมาในงานเพื่อจะได้กำหนดของเขตว่าจะไปหาข้อมูลของโรงแรมใดบ้าง และเลือกรูปแบบการจัดเลี้ยงที่เหมาะสมกับสถานที่ว่าจะเป็นโต๊ะจีน บุฟฟ่ต์ไทย-นานาชาติ หรือค็อกเทล เมื่อไปถึงสถานที่ถามหาผู้ที่รับผิดชอบด้านการจัดเลี้ยงโดยตรง บอกไปตามตรงว่ามีงบเท่าไหร่ และ concept ของงานในใจ รวมทั้งถามถึงเมนูอาหารว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง และสามารถสลับสับเปลี่ยนอาหารในบางเมนูบ้างได้ไหม

ในการเลือกหาสถานที่จัดงาน มีหลักในการเลือกสถานที่จัดงานแต่งงานให้เหมาะกับงาน นั่นคือจะต้องรู้ว่าจะเชิญแขกมาร่วมงานเลี้ยงทั้งหมดเท่าไหร่ สถานที่บางแห่งอาจจะสวยงาม แต่จำกัดด้วยจำนวนคน เพราะแต่ละโรงแรมมีขนาดห้องจัดเลี้ยงที่แตกต่างกันไป ถ้าเชิญแขกเยอะมากก็ควรจะตัดโรงแรมขนาดเล็กออกไปเลย หรือบางโรงแรมจะมีห้องจัดเลี้ยงหลายห้องให้เลือกให้เหมาะกับจำนวนแขก ดังนั้น การทราบจำนวนแขกโดยประมาณจะทำให้สามารถเลือกสถานที่ได้ง่ายขึ้น
เรื่องที่สำคัญอีกเรื่องก็คือ ต้องดูงบประมาณที่กำหนดไว้ เพราะถ้าเกิดชอบสถานที่แพงมาก ก็อาจจะต้องเหลียวดูงบประมาณในกระเป๋าว่าสามารถจ่ายได้ไหม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีวันได้จัดงานแต่งงาน ณ สถานที่ในดวงใจ เพราะเรื่องนี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการย้ายเวลาจัดเลี้ยง จากที่คิดว่าจะจัดเลี้ยงมื้อค่ำตอนเย็นให้ลองเลื่อนขึ้นมาเป็นงานน้ำชาตอนบ่ายแทน ซึ่งงบประมาณจะย่อมเยาว์กว่า แต่ถ้าไม่สามารถย้ายเวลาการจัดงานเลี้ยงได้ก็ต้องทำใจและมองหาห้องที่เหมาะกับงบประมาณต่อไป นอกจากนั้นยังมีเรื่องของรายการอาหารที่ต้องใส่ใจด้วย

ควรติดต่อหาตัวเลือกไว้ซักสองสามแห่ง แล้วไปดูสถานที่จริงว่าห้องจัดเลี้ยงเป็นอย่างไร สวยงามต้องใจหรือไม่ เพดานสูงหรือเตี้ยสว่างหรือมืด ห้องน้ำสะดวกสบายหรือไม่ ห้องจัดเลี้ยงตั้งอยู่บริเวณไหน ควรจะสะดวกทั้งกับคู่บ่าวสาวและแขกที่จะมาในงานเพื่อจะได้กำหนดของเขตว่าจะไปหาข้อมูลของโรงแรมใดบ้าง และเลือกรูปแบบการจัดเลี้ยงที่เหมาะสมกับสถานที่ว่าจะเป็นโต๊ะจีน บุฟฟ่ต์ไทย-นานาชาติ หรือค็อกเทล เมื่อไปถึงสถานที่ถามหาผู้ที่รับผิดชอบด้านการจัดเลี้ยงโดยตรง บอกไปตามตรงว่ามีงบเท่าไหร่ และ concept ของงานในใจ รวมทั้งถามถึงเมนูอาหารว่ามีอะไรให้เลือกบ้าง และสามารถสลับสับเปลี่ยนอาหารในบางเมนูบ้างได้ไหม

การเลือกของชำร่วย

เลือกใช้ช้อนกับส้อมมาทำเป็นของชําร่วยงานแต่ง

ลักษณะเด่นของช้อนกับส้อมคืออยู่กันเป็นคู่ เวลาใช้ก็ต้องใช้กันเป็นคู่ ดังนั้นความหมายของช้อนกับส้อมที่นำมาทำเป็นของชําร่วยงานแต่งนั้นก็ต้องเป็นการเป็นคู่นั่นเองค่ะ ซึ่งจะเป็นการอวยพรให้กับคู่บ่าวสาวที่ดีมาก โดยจะเปรียบเหมือนว่าคู่รักจะต้องอยู่ด้วยกันเป็นคู่ไม่แยกจากกันไปไหนคอยดูแลกันและกัน ดังนั้นช้อนกับส้อมจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะนำมาทำเป็นของชําร่วยงานแต่งค่ะ

ถ่ายภาพแต่งาน

ภาพออกมาสวย หรือ ไม่สวยเพราะเหตุใด
องค์ประกอบสำคัญที่จะทำให้ภาพถ่ายบุคคลออกมาสวย ประกอบไปด้วย
teachnic_studio
– การแต่งหน้าและทำผม
– ชุดที่สวมใส่ รองเท้า
– การจัดองค์ประกอบภาพ
– การโพสต์ท่าของบ่าวสาว
– อุปกรณ์การถ่ายภาพ

สตูดิโอที่ดีจะสามารถควบคุมองค์ประกอบข้างต้นได้เป็นอย่างดีค่ะก่อนที่จะตัดสินใจจอง Package ขอให้นึกถึงองค์ประกอบด้านบนเป็นหลัก ซึ่งสิ่งที่จะชี้วัดได้คือผลงานอันแท้จริงของสตูดิโอนั้นๆ

ชุดแต่งงาน

ชุดแต่งงานแบบมีคอเสื้อ

ถ้าชุดแต่งงานของคุณเป็นแบบมีคอ มีรายละเอียด มีการตกแต่ที่ช่วงรอบคอ ควรจะเลือกทรงผมที่ทำให้ปกเสื้อของคุณดูเด่น และดึงดูดความสนใจ โดยการเกล้าหรือรวบผมสูงเป็นก้อน เปิดรายละเอียดเสื้อผ้าช่วงคอให้โดดเด่นงามสง่า
ชุดแต่งงานแบบเกาะอก

สำหรับชุดเกาะอก มีสองทางให้เลือกคือจะโชว์ไหล่ หรือปล่อยผม ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าชุดของคุณมีความยาวแค่ไหน ถ้าชุดของคุณยาวจรดข้อเท้า การเกล้าผมเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าเพราะจะทำให้คุณดูเป็นเจ้าสาวที่สง่างาม แต่ถ้าเป็นเดรสสั้นยาวเหนือเข่า คุณอาจปล่อยผมยาวสยาย หรือรวบแบบต่ำ ๆ ให้ดูน่ารักน่าหลงใหล

ชุดแต่งงานแบบเปลือยหลัง

ชุดแบบเปลือยหลังเหมาะกับการรวบผมเป็นหางม้าแบบต่ำ ๆ หรือการเกล้าผมแบบครึ่งศีรษะแล้วปล่อยผมส่วนที่เหลือให้เป็นลอนสยาย ยิ่งถ้าคุณเป็นเจ้าสาวที่มีผมยาวก็น่าเก็บชุดเปลือยหลังเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ

ชุดแต่งงานแบบคอคว้านลึก

ชุดแต่งงานที่มีคอคว้านลึกแบบนี้เหมาะกับผมทรงเรียบ ๆ ถ้าคุณมีผมยาว ตรง อาจจะรวบหลวม ๆ ไว้ด้านหลัง หรือเฉียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ผมแบบที่ดูเรียบ ๆ ไม่เยอะจนเกินไป จะทำให้คุณดูเพอร์เฟกต์ที่สุดกับเดรสแบบนี้ในสไตล์ Minimalism (ยิ่งน้อยก็ยิ่งดูดี)

ทรงผมเจ้าสาว

เทคนิคการเลือกทรงผมเจ้าสาว
ทรงผมเป็นอย่างหนึ่งที่จะทำให้คุณดูเพอร์เฟกต์ที่สุดหรือไม่ ? ใช่แล้ว… และนี่เป็นกฎสำคัญต่าง ๆ ที่คุณควรจะต้องรู้

1. ชุดแนวคลาสสิกก็เข้ากับทรงผมคลาสสิก ชุดแนวเรียบง่ายก็ต้องเหมาะกับผมแนวเรียบ ๆ ที่ไม่ทำอะไรให้ยุ่งเหยิงเกินไป

2. เลือกชุดแต่งงานที่คุณจะสวมใส่ก่อนที่จะเลือกทรงผมเสมอ เพราะนั่นจะทำให้คุณได้ไอเดียดี ๆ ที่จะทำให้คุณสวยสมบูรณ์แบบที่สุด

3. เมื่อไปพบ Stylist เพื่อที่จะลองทำผม ให้เอาเครื่องประดับที่จะติดผมและรูปชุดแต่งงานไปด้วย จะทำให้ Stylist ช่วยเลือกทรงผมที่เหมาะกับชุดแต่งงานให้ได้

4. ไม่จำเป็นว่าถ้าคุณผมสั้นแล้วจะต้องไว้ผมยาวเพื่อเป็นเจ้าสาว ถ้าคุณไว้ผมสั้นแล้วดูสมาร์ท เซ็กซี่ ก็ไม่มีเหตุที่จะต้องไว้ผมยาว ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทรงผมตัวเองเพื่อให้คนอื่นรู้สึกดี ผมสั้นจะดูสวยมาก เมื่อคุณใส่เครื่องประดับอัญมณีต่าง ๆ และตกแต่งด้วยดอกไม้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณผมสั้นก็แค่เตรียมเครื่องประดับให้พร้อม

5. ผมเกล้าเป็นผมที่เหมาะกับชุดแทบทุกแบบ แต่สำหรับเจ้าสาวบางคนอาจในมั่นใจกับผมเกล้าของตัวเอง คุณอาจลองแบ่งผมครึ่งหนึ่งแล้วเกล้าขึ้น ส่วนอีกข้างปล่อยลง จะทำให้คุณมองเห็นความแตกต่าง และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น

แหวนแต่งงาน

แหวนหมั้น…เป็นเสมือนตัวแทนของความรักกับคำมั่นสัญญาที่ชายหญิงมอบให้แก่กัน รวมถึงอาจจะใช้เป็นแหวนแต่งงานเลยก็ได้ ดังนั้น หากเป็นไปได้ทุกคนต่างก็อยากจะเลือกแบบที่ตรงใจที่สุดให้ตัวเองจะได้ไม่รู้สึกเสียดายในภายหลัง แต่ทั้งนี้หลายคู่คงยังไม่รู้ว่าจะเลือกใส่สไตล์ไหนดี เพราะแต่ละร้านก็มีดีไซน์มากมายจนเลือกไม่ถูก ส่วนบางคนก็หาแล้วหาอีกแต่ยังไง๊…ยังไงก็ไม่เข้าตาเสียที เพราะฉะนั้น เราก็เลยนำ 7 วิธีการเลือกแหวนหมั้นมาฝากกัน ดังนี้…

1. ยึดหลัก 4C

สำหรับการเลือกแหวนหมั้นก็ใช้หลักการเดียวกับการเลือกแหวนแต่งงาน โดยยึดกฎ 4C เป็นหลัก เริ่มต้นจากสีจะต้องใส ซึ่งเพชรน้ำขาวจริง ๆ จะจัดอยู่ในเกรด D และหากเป็นไปได้ควรจะเป็นเพชรที่สะอาดไม่มีร่องรอยของจุดด่างดำหรือตำหนิใด ๆ นอกจากนี้ เพชรจะเฉิดฉายส่องประกายความงามได้นั้นก็ยังขึ้นอยู่กับการเจียระไน ซึ่งเพชรที่ดีที่สุดจะต้องส่งประกายแสงกลับคืนตาได้มากที่สุด พร้อมกับส่งท้ายด้วยน้ำหนักควรจะพอดีกับขนาดและรูปนิ้วจึงจะถือว่าสวยงามและเหมาะสม

2. ลดขนาดและน้ำหนัก

ขนาดในที่นี้หมายถึงจำนวนกะรัตของเพชรเม็ดโตที่อยู่บนแหวน และหากใช้เป็นแหวนสำหรับการหมั้นเท่านั้น อาจจะลดจำนวนกะรัตลงเล็กน้อย อย่างเช่น จาก 1 กะรัต เป็น 0.96 กะรัต ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณซื้อแหวนหมั้นในราคาที่ถูกลง และมีขนาดกับน้ำหนักที่ใกล้เคียงกับความต้องการ นอกจากนี้ ยังได้แหวนที่มีคุณภาพมาครองด้วย

3. เลือกดีไซน์ที่แตกต่าง

เพชรกลมเป็นแบบที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่คู่รัก ทั้งนี้ ถ้าหากต้องการความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ก็อาจจะเลือกรูปทรงที่แปลกออกไป อย่างเช่น สี่เหลี่ยมหยดน้ำ หัวใจ มาคีย์ หรือเม็ดข้าวสาร เป็นต้น ในขณะเดียวกันความแตกต่างเหล่านี้ยังช่วยให้เพชรเม็ดงามบนเรือนแหวนดูใหญ่ขึ้นด้วย เพราะแสดงให้เห็นพื้นผิวที่มากกว่า ถึงแม้เพชรดังกล่าวจะมีน้ำหนักน้อยก็ตาม แต่ทั้งนี้ก็พึงระลึกเอาไว้ด้วยว่ารูปแบบของเพชรทรงต่าง ๆ ก็มีข้อเสียอยู่เช่นเดียวกัน ได้แก่ ทรงหยดน้ำไม่ค่อยเล่นแสงมากนัก โดยเฉพาะในเวลาที่เนื้อเพชรค่อนข้างบาง ส่วนมุมของเพชรทรงสี่เหลี่ยมก็เสี่ยงต่อการแตกหักได้ง่ายหากขูดขีดหรือโดนกระแทก

4. ประเมินคุณภาพให้รอบด้าน

นอกจากหลัก 4C ซึ่งประกอบไปด้วยสี ความสะอาด ลักษณะการเจียระไน และน้ำหนักแล้ว ควรจะพิจารณาคุณภาพด้านอื่น ๆ ไปพร้อมกัน โดยเฉพาะการเรืองแสงของเพชร ซึ่งสามารถทดสอบได้โดยรังสีอัลตราไวโอเลต ถ้าหากสีที่ปรากฏเป็นสีฟ้าอ่อนถึงฟ้าเข้มก็แสดงว่าเป็นเพชรแท้แน่นอน ในทางกลับกับหากไม่มีการเรืองแสงหรือเป็นแสงสีฟ้า มีโอกาสเป็นได้ 2 กรณี คือ จัดอยู่ในเพชรคุณภาพดีมากหรือเป็นเพชรปลอม นอกจากนี้ ยังสามารถสังเกตสัญลักษณ์ Nil หรือ None ในใบรับประกันก็ได้

5. ลดความสำคัญของชื่อแบรนด์

ถึงแม้ว่าชื่อแบรนด์ดัง ๆ ทั้งหลายจะช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ซื้อ แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่าแหวนที่มาพร้อมกับชื่อแบรนด์ดัง ๆ นั้นล้วนผ่านการบวกราคาเพิ่มมาแล้วทั้งสิ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ หรือมากกว่านี้ขึ้นอยู่กับผู้ขาย ดังนั้น หากเป็นไปได้ก็ควรจะให้ความสำคัญกับปัจจัยอื่น ๆ มากกว่าชื่อแบรนด์ นอกจากจะได้แหวนหมั้นที่มีคุณภาพแล้วยังมีราคาถูกลงด้วย
6. คำนึงถึงราคาในอนาคต

หากคิดว่าจะยกให้เป็นมรดกสำหรับลูก ๆ หรือเก็บเอาไว้เพื่ออนาคต ก่อนเลือกซื้อแหวนหมั้นควรจะคำนึงถึงแนวโน้มของราคาที่อาจเป็นไปได้ในอนาคตด้วย เพราะถึงแม้จะได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของเก่าแต่ถ้ารูปทรงไม่เป็นที่นิยมหรือคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ก็ขายออกยากหรือทำให้ราคาต่ำลงเช่นกัน แถมยังด้อยค่าไปในทันที โดยเฉพาะเพชรที่ไม่มีใบรับประกัน

7. เลือกจังหวะเวลาที่เหมาะสม

การเลือกแหวนหมั้นก็ไม่ต่างกับการซื้อสินค้าอื่น ๆ ทั้งนี้ หากไม่ได้รีบร้อนอะไรมากนักก็ควรใจเย็นและรอให้ถึงช่วงราคาต่ำลงเสียก่อน ก็จะช่วยประหยัดงบประมาณไปได้เยอะเลย แถมทำให้การต่อรองราคากับผู้ขายง่ายขึ้น นอกจากนี้ ในช่วงเดียวกันนี้อาจจะมีโปรโมชั่นกับสิทธิพิเศษอีกมากมายที่ถูกนำมาเสนอให้กับผู้ซื้อด้วย